เสียงจากแผ่นดินล้านนา: รู้จักสะล้อ ซึง ปี่จุม และกลองพื้นเมือง

แชร์หน้านี้
LINEไลน์
Blog

หากภาพของล้านนาอยู่ในลายผ้าและสถาปัตยกรรม เสียงของล้านนาก็อยู่ในสำเนียงสะล้อ ซึง ปี่ และกลอง เครื่องดนตรีเหล่านี้เคยดังอยู่ในงานบุญ การฟ้อน งานรื่นเริง การขับขาน และการรวมตัวของผู้คน เสียงแต่ละชนิดจึงผูกพันกับพื้นที่และโอกาสที่ใช้ ไม่ได้เป็นเพียงเสียงประกอบเพื่อสร้างบรรยากาศแบบเมืองเหนือเท่านั้น

สะล้อ — เสียงสายที่อ่อนหวาน

สะล้อเป็นเครื่องสีประเภทเครื่องสาย มีคันชักใช้สร้างเสียง ลักษณะและจำนวนสายอาจแตกต่างกันตามแบบของช่างและแนวการบรรเลง เสียงสะล้อมีความนุ่มและลากยาว จึงเหมาะกับทำนองที่ต้องการความอ่อนหวาน เมื่อนำมาบรรเลงร่วมกับซึงและเครื่องประกอบจังหวะ จะเกิดสีสันที่หลายคนจดจำว่าเป็นสำเนียงดนตรีล้านนา

ซึง — ท่วงทำนองจากการดีด

ซึงเป็นเครื่องสายที่ใช้การดีด ตัวเครื่องมักทำจากไม้ เสียงสั้น ชัด และช่วยเดินทำนองหรือเสริมจังหวะ ซึงมีหลายขนาดและหลายระดับเสียง งานของช่างไม่ได้จบเพียงการทำรูปร่างให้สวย แต่ต้องเลือกไม้ กำหนดสัดส่วน และปรับเสียงให้เครื่องตอบสนองต่อมือผู้เล่น

ปี่จุมและเครื่องลม — ลมหายใจของการขับขาน

ปี่จุมเป็นเครื่องเป่าลิ้นอิสระที่พบในวัฒนธรรมดนตรีล้านนา มักมีหลายขนาดเพื่อทำหน้าที่ต่างกันในการบรรเลง เสียงปี่สัมพันธ์กับลมหายใจและทักษะของผู้เป่าอย่างมาก ในบางบริบทใช้ประกอบการขับซอ ทำให้ถ้อยคำและทำนองรับส่งกันอย่างมีชีวิตชีวา

กลองพื้นเมือง — จังหวะของชุมชน

ล้านนามีกลองหลายประเภท เช่น กลองที่ใช้ในขบวน งานบุญ หรือกิจกรรมทางศาสนา แต่ละชนิดมีรูปทรง วิธีตี และหน้าที่แตกต่างกัน จึงควรเรียกชื่อให้ตรงกับเครื่องและบริบท การทำกลองต้องอาศัยความรู้ทั้งเรื่องไม้ หนัง การขึงหน้า และการปรับเสียง

ถ้าจะเลือกซื้อ ควรดูอะไรบ้าง

  • เลือกก่อนว่าจะซื้อเพื่อฝึกเล่น บรรเลงจริง หรือใช้จัดแสดง
  • สอบถามชนิดไม้ วัสดุของสาย หนัง หรือชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนตามอายุ
  • ทดลองเสียงทุกตัวโน้ตและดูความถนัดของขนาดเครื่อง
  • ขอคำแนะนำเรื่องการเก็บให้พ้นความชื้น แดด และอุณหภูมิที่เปลี่ยนเร็ว
  • เลือกจากช่างหรือแหล่งจำหน่ายที่ให้บริการปรับเสียงและซ่อมบำรุงได้
เครื่องดนตรีจะมีชีวิตเมื่อมีคนเล่น และภูมิปัญญาจะมีอนาคตเมื่อมีคนเรียนรู้ต่อ

การซื้อเครื่องดนตรีพื้นเมืองที่ดีจึงควรไปพร้อมกับการเรียนรู้ชื่อ วิธีใช้ และเรื่องราวของมัน หากเราชวนเด็กและคนรุ่นใหม่มาลองฟัง ลองเล่น หรือสนับสนุนครูดนตรีกับช่างทำเครื่องดนตรี เสียงของล้านนาก็จะไม่หยุดอยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่ยังดังอยู่ในชุมชนและโลกปัจจุบัน

โดยกะฒ่อมน้อย